เปิดเหตุผลที่นักลงทุนอสังหาฯ ทั่วโลกแห่ซื้อบ้านประสิทธิภาพพลังงานสูง

ตลาดอสังหาริมทรัพย์กําลังเข้าสู่จุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ที่หลายคนยังไม่ทันสังเกต ปัจจัยที่เคยเป็นอันดับหนึ่งอย่างทําเลและขนาดพื้นที่กําลังถูกแซงหน้า แต่เป็นตัวเลขบนเอกสารรับรองประสิทธิภาพพลังงานของบ้านที่กลายเป็นจุดเปลี่ยนเกม

ระบบจัดอันดับพลังงานบ้าน EPC คืออะไรกันแน่

EPC คือระบบมาตรฐานที่ใช้วัดระดับการใช้พลังงานของที่อยู่อาศัย โดยแบ่งเป็นระดับ A ซึ่งดีที่สุด ไปจนถึง G ซึ่งแย่ที่สุด

บ้านเกรดสูงมีระบบฉนวนกันความร้อนที่ยอดเยี่ยม หน้าต่างประสิทธิภาพสูง และระบบทําความร้อนทันสมัย ผลลัพธ์คือค่าไฟฟ้าและค่าแก๊สรายเดือนที่ต่ำกว่าบ้านทั่วไปอย่างเห็นได้ชัด

ในทางกลับกัน บ้านระดับ อสังหาริมทรัพย์ประหยัดพลังงาน E ถึง G เปรียบเสมือนภาชนะรั่วที่พลังงานไหลออกไปโดยไม่จําเป็น ความแตกต่างของค่าใช้จ่ายระหว่างบ้านเกรด A กับเกรด G อาจสูงถึงหลายหมื่นบาทต่อปี

ทําไมเรื่องพลังงานถึงกลับมาร้อนแรงอีกครั้ง

เหตุการณ์ความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลางที่เกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อราคาพลังงานโลก ภาระค่าพลังงานที่เพิ่มขึ้นกระจายไปถึงครัวเรือนทุกระดับ

ครัวเรือนที่อยู่ในบ้านเกรดต่ำรับรู้ถึงความเจ็บปวดทางการเงินมากที่สุด เพราะพลังงานรั่วไหลออกจากตัวบ้านตลอดเวลา ขณะที่บ้านเกรด A ทําหน้าที่เหมือนเกราะป้องกันที่ช่วยดูดซับความผันผวนของราคาพลังงาน

ผู้เชี่ยวชาญชี้: ประสิทธิภาพพลังงานคือ "เกราะป้องกันทางการเงิน" ยุคใหม่

ที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ยืนยันว่าผู้ซื้อให้น้ําหนักกับ EPC มากขึ้นทุกปี เหตุผลหลักคือความผันผวนในตลาดพลังงานโลกส่งผลต่อค่าใช้จ่ายของครัวเรือนโดยตรง

ย้อนกลับไปในปี 2022 วิกฤตพลังงานครั้งก่อนก็เคยทําให้ผู้คนตื่นตัวเรื่องนี้ รอบนี้ผู้ซื้อมีความรู้ มีประสบการณ์ตรง และมีเครื่องมือเปรียบเทียบที่ดีกว่าเดิม

จากข้อมูลทางเทคนิค สู่หัวข้อที่คุยกันบนโต๊ะกาแฟ

ในอดีต EPC เป็นเพียงเอกสารที่แนบมากับการซื้อขาย แทบไม่มีใครอ่านอย่างจริงจัง ทุกวันนี้ผู้ซื้อจํานวนมากยกให้ EPC เป็นเกณฑ์หลักในการคัดกรองบ้าน

ข้อมูลจากตลาดชี้ว่าบ้านเกรด A และ B ขายได้เร็วกว่าและมีผู้สนใจมากกว่าบ้านเกรดเดียวกันในอดีตอย่างเห็นได้ชัด

เปรียบเทียบให้เห็นภาพ บ้านสองหลังราคาเท่ากัน แต่ระดับพลังงานต่างกัน ส่วนต่างของค่าสาธารณูปโภครายปีอาจสูงถึงหลายหมื่นบาท

นักลงทุนอสังหาฯ เผชิญแรงกดดันหนักหน่วง

นักลงทุนอสังหาฯ อยู่ในสถานการณ์ที่ยากลําบากกว่าผู้ซื้อทั่วไปอย่างมาก เพราะพวกเขาเผชิญปัญหาสองมิติที่ซ้อนทับกัน

ปัญหาแรก: บ้านเช่าเกรดต่ำกําลังสูญเสียความน่าดึงดูด

ทรัพย์สินให้เช่าที่กินไฟมากสร้างภาระให้ผู้เช่า ทําให้หาผู้เช่าคุณภาพดีได้ยากขึ้น นั่นหมายความว่านักลงทุนที่ถือครองทรัพย์สินเกรดต่ำกําลังสูญเสียความสามารถในการแข่งขันอย่างรวดเร็ว

ด้านที่สอง: ข้อบังคับใหม่ที่กําลังจะบังคับใช้

มาตรฐานขั้นต่ําของ EPC สําหรับบ้านเช่ากําลังจะถูกยกระดับขึ้นอย่างมีนัยสําคัญ เวลาสําหรับนักลงทุนที่ยังไม่ได้ดําเนินการกําลังหมดลงทีละน้อย การตัดสินใจช้าเกินไปอาจหมายถึงการสูญเสียมูลค่าทรัพย์สินอย่างถาวร

เมื่อบ้านเกรดต่ำถูกมองเป็น "ความเสี่ยง" ไม่ใช่แค่ "ข้อด้อย"

มีการเปลี่ยนแปลงทางความคิดที่สําคัญเกิดขึ้นในตลาดอสังหาริมทรัพย์ ในอดีต EPC ที่ต่ำเป็นแค่จุดที่ใช้ต่อรองราคาลง คล้ายกับบ้านที่ต้องทาสีใหม่

แต่ตอนนี้มันถูกมองว่าเป็นภาระทางการเงินที่มีตัวเลขชัดเจน ผลกระทบระยะยาวที่คาดการณ์ได้ทําให้ผู้ซื้อหลายรายเดินหนีจากบ้านเกรดต่ำไปเลย

การลงทุนในเทคโนโลยีพลังงานที่คุ้มค่าในระยะยาว

ตลาดเทคโนโลยีประหยัดพลังงานสําหรับบ้านกําลังเติบโตตามความต้องการของผู้ซื้อที่ชาญฉลาดขึ้น

  • แผงรับพลังงานแสงอาทิตย์ช่วยลดการพึ่งพาไฟฟ้าจากสายส่ง และในบางกรณียังสามารถขายไฟฟ้าส่วนเกินกลับเข้าระบบได้
  • ระบบสูบความร้อนหรือ Heat Pump เป็นทางเลือกที่มีประสิทธิภาพสูงในการทําความร้อนและทําความเย็น โดยใช้พลังงานน้อยกว่าระบบแบบเดิมหลายเท่า
  • อุปกรณ์เพิ่มประสิทธิภาพพื้นฐานเหล่านี้สามารถยกระดับบ้านจากเกรด D ขึ้นไปถึงเกรด B หรือ A ได้

บ้านที่ติดตั้งอุปกรณ์ประหยัดพลังงานครบครันขายได้เร็วกว่าและได้ราคาดีกว่า ที่สําคัญไปกว่าการประหยัดตัวเลข คือความสามารถในการวางแผนการเงินรายเดือนได้อย่างมั่นใจ

บทสรุป: บ้านเกรด A ไม่ใช่แค่เทรนด์ แต่คืออนาคตของตลาดอสังหาฯ

การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในตลาดอสังหาริมทรัพย์ครั้งนี้ไม่ใช่กระแสที่จะหายไป ผู้ที่ลงทุนในบ้านประหยัดพลังงานวันนี้กําลังสร้างเกราะป้องกันทางการเงินสําหรับอนาคต

สําหรับทั้งผู้ซื้อบ้านอยู่เองและนักลงทุน การเลือกบ้านเกรด A หรือ B ไม่ใช่แค่เรื่องประหยัดไฟ แต่เป็นกลยุทธ์ทางการเงินระยะยาว

Comments on “เปิดเหตุผลที่นักลงทุนอสังหาฯ ทั่วโลกแห่ซื้อบ้านประสิทธิภาพพลังงานสูง”

Leave a Reply

Gravatar